ชีวิตทรงพลังของ YOUNG SUCCESS 
พลังของกลุ่ม Young Success
ในทางการตลาด กลุ่ม Young Professional จัดอยู่ในกลุ่ม “Mass Affluent Segment” ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริหาร เจ้าของกิจการ หรืออาชีพอิสระ และเป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจจากธุรกิจต่างๆ เพราะเป็นกลุ่มที่มีอำนาจการใช้จ่าย มีแนวทางการใช้ชีวิตที่ชัดเจน และเป็นผู้นำความคิดของผู้คน

กลุ่ม Mass Affluent ในเอเชีย เป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่และมีการเติบโตรวดเร็วมากที่สุด โดยคาดการณ์ว่า ภายในปี 2020 จะมีมูลค่าสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 43.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา คิดเป็น 20% ของธุรกิจบริหารจัดการความมั่งคั่งในเอเชีย (ข้อมูล: http://www.keplercannon.com/the-growing-asian-wealth-management-market-capturing-the-mass-affluent-opportunity/)
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่ากลุ่ม Mass Affluent ในประเทศไทยมีจำนวน 500,000 ราย มีแนวโน้มเติบโต 7% ต่อปี มีเงินฝาก 1.3 ล้านบัญชี รวม 3.2 ล้านล้านบาท เท่ากับ 28%ของเงินฝากทั้งระบบ
 
สหรัฐอเมริกา
  • คาดว่าคนกลุ่มนี้จะใช้จ่ายรวมกันมากถึงปีละ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และสูงถึง 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐตลอดชีวิต (อ้างอิงข้อมูล Advertising Age)
  • ในปี 2016 มีผู้บริหารระดับสูงเกษียณอายุถึง 3.6 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะถูกเติมเต็มด้วย Young Success (อ้างอิงข้อมูล Bersin by Deloitte)
ดาวรุ่ง Young Success
 
นิก ดี’อโลยซิโอ (Nick D'Aloisio”) หนุ่มน้อยอายุแค่ 20 ปี แต่เป็นเจ้าของแอปฟีดข่าวชื่อ Summly ที่สร้างมูลค่าให้กับแบรนด์จน Yahoo ขอซื้อแอพจากเขาด้วยเม็ดเงินถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ณัฐวุฒิ พึงเจริญ ผู้ก่อตั้งและ CEO แห่ง Ookbee เจ้าของธุรกิจเทคสตาร์ทอัพ
แมกกาซีนออนไลน์แอพฯ เป็นที่แรกในไทย และก้าวไกลไปร่วมทุนกับกลุ่มทุนเทคโนโลยีจากจีนอย่าง Tencent Holdings Limited เพื่อพัฒนาตัวอย่างเทคสตาร์ทอัพเมืองไทย
 
โอกาสทางธุรกิจของกลุ่ม Young Success
สำหรับกลุ่ม Young Success สถานภาพไม่ได้หมายถึง “สิ่งที่ฉันมี” และมีความหมายมากกว่า “ฉันเป็นใคร” แต่ได้กลายเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมทั้งความคิดสร้างสรรค์ รสนิยม จริยธรรม และอื่นๆ อีกมากมาย
 
ในปีที่ผ่านมาจึงได้เห็นความแปลกใหม่ของแบรนด์ต่างๆ ที่ออกมาเจาะใจกลุ่ม Young Success เช่น ที่สิงคโปร์ แทนที่จะเป็นร้านอาหารหรูหราที่ได้ติดดาวมิชลินสตาร์เหมือนเคย แต่กลับเป็นร้านอาหารข้างถนนรายแรกของโลก ที่ได้ไป หรือแบรนด์ระดับโลกอย่างเป๊ปซี่ ที่เปิดบาร์ Kola House ในเมืองแมนฮัตตัน นำเสนอเครื่องดื่มที่มีส่วนผสม Kola Nut และมีผู้เชี่ยวชาญด้านค็อกเทลเตรียมผสมเครื่องดื่มสูตรเฉพาะ
 
และนี่คือ    5 เทรนด์มาแรงประจำปี 2017
 
1. THE QUINTESSENTIAL SELF นอกเหนือจากการทำให้ชีวิตถูกเติมเต็มด้วยเป้าหมายต่างๆ แล้ว (Self-actualization) พวกเขายังต้องการได้รับประสบการณ์ที่หาได้ยาก หรือน่าตื่นเต้น ซึ่งเป็นเรื่องราวหรือกิจกรรมที่ดีต่อการพัฒนาตนเองและความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขา และพวกเขาจะรู้สึกดีกับคำพูดที่ว่า  “ฉันกำลังทำสิ่งนี้ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่คุณไม่เคยได้ยินมาก่อน”
2. V.I.D.: Very Important Data ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ เป็นเรื่องสำคัญ
3. PREMIUM REDEEMED: โลกของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินที่มีเท่านั้น แต่จะแบ่งปันสิ่งดีๆ ได้อย่างไร ตัวอย่างคือ มาร์ค ซัคเคอร์เบอร์ก เรื่องราวส่วนตัวของเขาไม่ได้อยู่ที่มูลค่ารายได้ แต่อยู่ที่สิ่งที่เขามอบให้กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว จนกลายเป็นเรื่องราวที่พวกเราต้องคอยติดตามเสมอ
4. THE EXTRAVAGANCE ECONOMY: สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับตอบสนองความต้องการ On-Demand มอบประสบการณ์พิเศษตามที่ใจต้องการ เช่น แอปพลิเคชั่น Drop Off ของบริษัทรับจัดอาหาร Hunter VIII Hunting ที่ให้ลูกค้าชาวลอนดอน ได้ครีเอทดินเนอร์มื้อหรู โดยมีลิสต์เมนู เครื่องดื่ม สไตล์การตกแต่ง ทุกอย่างที่เลือกจะถูกจัดส่งถึงที่บ้าน

5. POST-DEMOGRAPHIC LUXURY: พฤติกรรมของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่ว่า พวกเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำอะไร แต่เป็นเรื่องราวที่บอกตัวตน วิถีชีวิต และความคาดหวังของพวกเขา

(ข้อมูล: http://trendwatching.com/trends/the-future-of-luxury/)
 
เทรนด์ธุรกิจของ Young Success
·    ธุรกิจ Start up ธุรกิจเกิดใหม่ที่มีนวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นหลัก สร้างรายได้จากการทำซ้ำต้นฉบับที่มีต้นทุนในการทำซ้ำต่ำ เป็นธุรกิจที่โตอย่างก้าวกระโดด และดึงฐานอายุเฉลี่ยของมหาเศรษฐีโลกให้น้อยลงอย่างมีนัยยะ ตัวอย่างที่รู้จักกันดี คือ Facebook, Google และ LINE
·       ธุรกิจ E-Commerce และ E-Payment การขยายตัวของดิจิทัล เทคโนโลยี ทำให้ทำงาน ทำเงิน กันได้ทุกที่ อีกทั้งช่องทางรับจ่ายเงินมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้ง Alipay, WeChat, Samsung Pay
 
Fin Tech Young Success
  • Robo-Advisor: มีที่มาจาก Robot + (Financial or Investment) Advisor เป็นบริการทางการเงินซึ่งใช้ อัลกอริทึมในการทำ Asset Allocation แบบอัตโนมัติผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ เพื่อแนะนำให้นักลงทุนแต่ละคนสามารถจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ระยะเวลาการลงทุน และระดับผลตอบแทนที่ต้องการ
·       กองทุน Smart-beta: การลงทุนแบบใช้โปรแกรมช่วยจัดพอร์ต ซึ่งมีกลยุทธ์ผสมผสานจุดแข็งการลงทุนแบบเชิงรุก (Active) เน้นการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีตลาด และการลงทุนแบบเชิงรับ (Passive) ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีแบบแผน โดยในไตรมาส 1 ของปี 2560 ที่ผ่านมา กองทุน Smart-beta สร้างผลตอบแทนได้ถึง 24 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตถึง 2,000%  (อ้างอิงข้อมูล Financial Time)

Dumpt.com Dumpt.com Dumpt.com Dumpt.com Dumpt.com

9 มิ.ย 2560 น.   216 ครั้ง

ชุมชนคนรักกาแฟ ซื้อขายกาแฟ

สูตรทำน้ำสมุนไพรไทย

ลงโฆษณาขายบ้าน

กำลังโหลดข้อมูล